วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว(วังหน้า)


1. พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว (วังหน้า)

ประวัติที่มา
    ประวัติที่มาของพระสมเด็จกรุวัดพระแก้ววังหน้าพอรวบรวมมาได้ ดังนี้
๑. ได้มาจากบริเวณวังหน้า (ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ)  มีการแตกกรุมาประมาณช่วงปี 2503 เนื่องจากเจดีย์เก่าในบริเวณวัดพระแก้ววังหน้า หรือวัดบวรสุทธาวาส ใกล้โรงละครแห่งชาติ  องค์หนึ่งได้เกิดชำรุดหักพังลงมา  ทำให้พระพิมพ์ไหลหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก  และนอกจากนั้นยังค้นพบบริเวณเพดานโบสถ์วัดบวรสุทธาวาส พระวังหน้าได้มีการสร้างมา ตั้งแต่สมัยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) และมีการสร้างจำนวนมากที่สุดในสมัยกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ อุปราชองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์จักรี (ได้มีการสร้างพระมาตั้งแต่ดำรงราชอิสริยยศเป็นพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศฯ )      ร่วมสร้างพระกับเจ้าคุณกรมท่า หรือ เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค)  พระวังหน้าส่วนใหญ่ข้างหลังจะเรียบ และมีบ้างบางองค์ที่ข้างหลังมีตราครุฑ กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทรงให้เจ้าฟ้าอิศราพงศ์และช่างของพระองค์แกะพิมพ์ถวายสมเด็จโตทำแจกพระประยูรญาติและเจ้านายผู้ใหญ่ ข้าราชบริภารในวังหน้า สมเด็จวังหน้ามีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์เช่น พิมพ์เทวดาทรงเครื่อง พิมพ์ซุ้มระฆัง พิมพ์กลีบบัว พิมพ์เศียรโล้น พิมพ์อุ้มบาตร พิมพ์ปิดตา พิมพ์ข้างเม็ด พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จโต บางพิมพ์ฝังอัญมณี มีจารึกไว้ข้างหลังและพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟัก พิมพ์นี้ค่อนข้างมาก มีการลงลักปิดทอง ปัจจุบันลักทองล่อนออกแล้ว พระพิมพ์ชุดนี้เป็นยุคกลางสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯและพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯพิมพ์จะสวยกว่าพิมพ์ชาวบ้าน ทำที่วังหน้าโดยเอาผงวิเศษมาทำแล้วให้ท่านปลุกเสกอีกครั้งก่อนแจก พระที่เหลือจากการแจกมีการบรรจุไว้ในเจดีย์วัดบวรสถานมงคล และเพดานโบสถ์ และนำไปบรรจุในเจดีย์ทองและเพดานโบสถ์วัดพระแก้ววังหลวง
๒. ได้มาจากวัดพระแก้ววังหลวง (หรือวัดพระศรีรัตนศาสดารามในปัจจุบัน) เช่น เพดานโบสถ์วัดพระแก้ว  กรุเจดีย์ทอง  เป็นต้น จากประวัติที่ทราบมามีการแตกกรุประมาณปี 2523 คนงานที่ไปซ่อมแซมวัดพระแก้วได้ลอบนำออกมาจำหน่ายแถวตลาดพระท่าพระจันทน์  และกระจายไปต่างจังหวัด 
 พระวัดพระแก้วมีที่มีจากหลากหลายที่ เช่น วังหน้า วังหลวง วังหลัง   เป็นต้น ได้มีการจัดสร้างหลายครั้งในวันสำคัญต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพิธีในสมัยรัชกาลที่ 5
๓. ได้มาจากมรดกทอด  เช่น พระที่มีการแจกในวัง หรือในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ  ผู้ที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่  ข้าราชสำนัก ตลอดจนข้าราชบริพารฝ่ายนอกฝ่ายใน เป็นต้น
                 จำนวนของพระและจำนวนพิมพ์ของพระกรุวัดพระแก้ว(วังหน้า) ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เนื่องจากไม่ได้มีการบันทึกไว้  แต่จากการสอบถามผู้ใหญ่พบว่ามีเป็นจำนวนมากเป็นจำนวนนับแสนองค์
      จากที่มาของพระดังกล่าวข้างต้น  สภาพของพระจึงแตกต่างกัน  บางองค์ถ้าเก็บไว้ในเจดีย์จะมีความเก่ามาก จะมีคราบกรุปรากฏให้เห็น เช่น
กรุเจดีย์ทอง   บางองค์อาจจะดูไม่เก่ามาก เช่น พระที่เก็บไว้ในหีบ เป็นต้น
ผมจะนำเสนอตัวอย่างพระเครื่องที่เก็บสะสมให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษาพิจารณา

                                ตัวอย่างพระสมเด็จเบญจรงค์
           

พระสมเด็จเจ้าคุณกรมท่า(เบญจรงค์)
               เป็นพระสมเด็จที่สร้างจากเนื้อดินและสี ซึ่งนำมาทำเครื่องเบญจรงค์  พระพิมพ์นี้จะมีลายไม่ซ้ำซ้อนกัน รอยตะเข็บของสีจะไม่แทรกเข้าหากัน ความงามของแต่ละองค์จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับฝีมือช่างแต่ละคน   สาเหตุที่เรียกพระเจ้าคุณกรมท่า เนื่องจากจัดสร้างโดยเจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมท่า สำหรับพระสมเด็จเจ้าคุณกรมท่ามีการจัดสร้างประมาณปี พ.ศ. 2411 โดยกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญกับเจ้าคุณกรมท่าจัดสร้างขึ้น มีการเชิญพระคณาจารย์ต่าง ๆ ตลอดจนสมเด็จพุฒาจารย์(โต) มาร่วมกันปลุกเสก 108 รูป ซึ่งถือว่าเป็นพิธีหลวง จากการตรวจสอบทางด้านพุทธคุณ จะเป็นด้านเมตตามหานิยม และทางโชคลาภ
พระปัญจสิริ หรือเบญจรงค์ เป็นพระที่มีสีหลายสีอยู่ในองค์เดียวกัน จะมีขนาดแตกต่างกันไปในแต่ละพิมพ์


พระพิมพ์เบญจรงค์ พิมพ์ฐานคู่



พระสมเด็จเบญจรงค์ พิมพ์เจดีย์




พระสมเด็จเบญจรงค์ พิมพ์ 7 ชั้น

พระสมเด็จเบญจรงค์ พิมพ์พระประธาน ฐานคู่




พระสมเด็จเบญจรงค์ พิมพ์พระประธานฐานคู่




พระสมเด็จเบญจรงค์  พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร


พระสมเด็จเบญจรงค์ พิมพ์ปรกโพธิ์



พระสมเด็จเบญจรงค์  พิมพ์โภคทรัพย์


พระสมเด็จเบญจรงค์  พิมพ์ขุนศึก(คล้ายสะพายดาบ)



พระสมเด็จเบญจรงค์ พิมพ์พระนั่งอยู่บนไก่


พระสมเด็จเบญจรงค์  พิมพ์ซุ้มกอ



นอกจากพระสมเด็จเบญจรงค์แล้ว ยังมีพระสมเด็จแบบอื่น ๆ ตามตัวอย่างข้างล่าง

พระสมเด็จพิมพ์เจดีย์ ลงชาดแดง

พระสมเด็จพิมพ์เจดีย์ ลงรักพม่า



พระสมเด็จพิมพ์พระประธานลงชาดและรักสมุกดำ


พระสมเด็จ พิมพ์พระแก้วมรกต ลงขาดและรักสมุกดำ


พระสมเด็จพิมพ์พระประธาน ลงรักพม่า




ความเห็นเกี่ยวกับพระกรุวัดพระแก้ววังหน้าโดยรวบรวมจากเวปอื่น ๆ มีที่น่าสนใจดังนี้


สมเด็จกรุวัดพระแก้วมีจริงครับ ขอการันตีด้วยหัวของข้าพเจ้า และต้องพูดออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้มาขายพระ หรือให้เช่าพระ แต่ออกมายืนยันอีกหนึ่งเสียง ว่ากรุวังหน้า และหลังคาโบสถ์วัดพระแก้วมีจริงๆแต่ของที่อยู่บนหลังคาวัดพระแก้ว ก็ไม่ใช่สมเด็จวัดพระแก้วอีกนั่นแหละ เพราะเขาเรียกกันว่าสมเด็จวัดระฆังครับ ปลุกเสกเริ่มแรกที่วัดระฆัง เพราะองค์สมเด็จพุฒาจารย์ท่านไม่สามารถรับนิมนต์ไปที่ใดได้อีกเนื่องจากสังขารท่านชราภาพมากแล้ว ก่อนจะย้ายวัตถุมงคลที่ใช้เสริมดวงชะตาให้รัชกาลที่ห้าเคลื่อนขบวนไปปลุกเสกอีกทีในสถานที่สำคัญแต่ละแห่งในสยาม จนมาสิ้นสุดในที่สุดท้ายคือวัดพระแก้วครับ ในวันเวลา 11 เดือน พฤศจิกายน ปี 2411 ซึ่งเท่าที่จำได้จากตำราเล่มหนึ่ง(เป็นของคุณปู่ผมเอง หากท่านยังอยู่คงอายุได้ 156 ปีพอดี)ซึ่งจะเป็น 11/11/11 และในเวลาที่พุทธาพิเสกรัชกาลที่ห้า 11.11น.ขึ้นไปยังบัลลังก์ฉัตรเถลิงราชย์
พระที่มีพลอยติดมากับพระ ถามว่าพลอยนำมาจากไหน ผมขอบอกเลยว่าพลอยจากจีนครับ สมัยนั้นเราติดต่อทำมาค้าขายกับจีน เป็นพลอยสำเภาไม่มีราคา(เคยเอาไปให้พวกร้านทองดู จะตีว่าหินสี) หลวงวิจารณ์เจียรนัยท่านเห็นสวยดี เลยสั่งให้ช่างสิบหมู่นำมาประดับและบางส่วนก็ไม่ได้ลงพลอยครับ ที่ผมเชื่ออย่างนั้น และหาข้อมูลเพิ่มเติมมิใช่สาเหตุใดหรอกครับ เพราะผมเพิ่งได้รับพระราชทานพระสมเด็จ(กรุวังหน้านี้)จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพ(ที่ผมกล้ากล่าวเช่นนี้ เพราะมันคือเรื่องจริง จึงไม่รู้ว่าจะกลัวความผิดอันใด ขอเสริมบางส่วนสร้าง ในปีใดไม่ทราบได้ ในช่วงการบูรณะวัดพระแก้วได้มีของพวกนี้หลุดออกมาจริงๆ ครับ ซึ่งขอบอกว่าองค์สมเด็จพระเทพท่านขอคืน เรียกเก็บจากคนงานที่ขโมยไป ซึ่งก็ได้กลับคืนมาบ้างไม่ได้บ้าง เพราะของพวกนี้องค์สมเด็จพระเทพท่านต้องการให้มันอยู่ในที่เดิม และประทานให้คนที่มีความดีมีความชอบ
------------------------------------------------------------------------------------------

ขออนุโมทนาด้วยกับผู้ที่มีความชื่นชอบและศรัทธาในพุทธคุณของพระสมเด็จวังหน้า (ชุดเบญจรงค์) ใครที่ไม่ได้เจอกับตัวเอง บางครั้งจะไม่รู้ว่า กฤษฎาอภินิหารในความศักดิ์สิทธิ์นั้น สุดยอดจริงๆ  มีเพือนผมคนหนึ่ง ห้อยสมเด็จวังหน้า ขับรถขึ้นดอย (อมก๋อย)  รถเกิดไหลลงเหวพลิกค่ำ แต่ไม่ไหลลงไปสู่พื้นล่างทั้งที่เขาสูงและลาดชันมาก (รอดตายปฏิหาริย์) สำหรับผม ห้อยรุ่นพิมพ์พิเศษ ทดสอบของโดยใช้ปืน 11มม.ยิงระยะสองเมตร ลูกปืนสะท้อนกลับเข้าใต้ราวนม (ระดับหัวใจ)  ลูกปืนไม่สามารถระคายผิวได้ ทั้งที่ เจ็บน่าดู (ไม่เข้า)

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ผม มีอยู่หนึ่งองค์เป็นพิมพ์ไกเซอร์ ได้รับมาจากลุงแท้ๆของผมซึ่งท่านเป็นนายตำรวจหัวหน้าชุดจับกุมคนงานที่ ลักลอบนำพระออกจากวัดพระแก้ว ท่านได้เล่าถึงการตามยึดพระคืนโดยคำสั่งของพระเทพรัตนสุดา และนำออกมามอบให้กับผู้ร่วมสมทบทุนมูลนิธิของพระเจ้าอยู่หัว ในปี2524-2525 ท่านบอกว่าพระสมเด็จพิมพ์ไกเซอร์วัดพระแก้วเหนือกว่า และหายากยิ่งกว่าสมเด็จวัดระฆัง
และบางขุนพรหม

-----------------------------------------------------------------------------------------------

พระที่สมเด็จโตได้สร้างไว้มีมากมายเหลือที่จะกล่าวอ้าง ท่านบวชเณรที่วัดอินทร์วิหาร ศีกษาบาลีจนแตกฉาน ท่านกดพิมพ์พระวัดพลับให้สังฆราชสุก ท่านธุดงค์ไปทั่วเพื่อศึกษาธรรมมะ ท่านธุดงค์ไปถึงวัดพิตเพียน (วัดกุฏีทอง)จังหวัดอยุธยา ได้พบอาจารย์คงซึ่งเก่งทางเวทมนต์คาถามาก จึงฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนค่อทางคาถาอาคม และเมื่ออาจารย์คงมรณะลงเป็นเวลาที่เณรโตได้ธุดงค์ไปถึงพอดี จึงได้สวดให้อาจารย์คงจนได้ฌาปากิจเรียบร้อย เห็นดินและมวลสารต่างๆนั้นมีมากมาย จึงได้ปรึกษาหารือกันและได้จัดทำพระเครื่องเป็นครั้งแรกของท่าน และได้บรรจุใว้ใต้องค์พระใหญ่ที่ท่านสร้างไว้ ท่านธุดงค์ผ่านไปวัดไหนเห็นวัดชำรุดทรุดโทรม ท่านก็จะช่วยบูรณะและสร้างพระบรรจุกรุไว้ให้ การสร้างแต่ละครั้งท่านจะสร้างไว้ถึง 84000 องค์ ที่อยุธยา อ่างทองนั้น ท่านสร้างไว้หลายวัด เหลือจากบรรจุท่านก็จะนำติดตัวกลับมาเก็บไว้ที่วัดอินทร์ที่ท่านพำนักอยู่ ส่วนวัดใหม่อมรตเด็มเป็นวัดร้าง ต่อมาได้มีการบูรณะจึงได้ไปขอให้สมเด็จโตสร้างพระไปบรรจุกรุหลายพิมพ์ จำนวน 84000 องค์ จนต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งไห้เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง หลวงปู่ภูซึ่งสมเด็จโตไปธุดงค์แล้วถูกคอกัน ได้ชวนมาจำวัดที่วัดอินทร์และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดอินทร์ต่อ จนเมื่อสมเด็จโตมรณะภาพ หลวงปู่ภูที่วัดอินทร์ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก่อนท่านจะย้ายท่านก็เก็บพระทั้งหมดที่อยู่ในกุฏิเจ้าอาวาสบรรจุลงไว้ในกรุจนหมดสิ้น กรุที่บรรจุนั้นในปี พศ 2479 ก็ได้ถูกช่างซ่อมเจดีย์ขนไปจนเกือบหมด

----------------------------------------------------------------------------------------------


พ่อผมได้พระสมเด็จเบญจรงค์มาจากแถววัดราชนัดดาราวปี พ.ศ 2524 ก่อนที่ทางการจะสั่งเก็บพระผมก็ยังเอาไว้ห้อยบูชาอยู่  ถ้าคุณมีพระชุดนี้ก็เอาไว้บูชาเถิดครับระลึกถึงท่านท่านก็จะช่วยเอง หรือคุณอยากเป็นเหยื่อพวกเซียนพระที่บิดเบือนความจริงเพื่อที่จะขายพระดูหน้าพวกเซียนแต่ละคนซิว่ามันคนหรือโจรทำลาย......  พวกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว บิดเบือนความจริงทางประวัติศาสตร์ชาติไทย ทั้งที่เขาก็มีหลักฐานอ้างอิงประวัติศาสตร์ปี2411 ก็ยังจะบิดเบือนความจริง คอยแต่จะหาทางขายพระของตัวเองเวลาขายก็ขายกันเป็นทีมขายให้พวกคนมีเงินคอยหลอกแต่คนอื่นเขา  คนพวกนี้ไม่มีความจริงใจต่อศาสนาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวคอยแต่จะสร้างภาพ คอยปั่นราคาพระ คุณลองคิดดูถ้าพระชุดนี้มีจริงหลุดออกมาจากเจดีย์ทองจริงพระชุดนี้จะมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ขนาดไหนหรือคุณอยากจะได้พระแท้ที่กำหนดโดยคนกลุ่มเดียวใช้แต่กล้องในการดู ทั้งที่ที่อื่นเขามีเครื่องมือในการพิศูจน์ถึงอายุของพระ ถ้าคุณจะห้อยพระไว้บูชาก็ควรจะละลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ห้อยเมื่อพระองค์นี้มีราคาแพง แล้วพุทธคุณที่ไหนเขาจะช่วยคุณแต่มันจะเป็นการฟ้องว่าจิตคุณต่ำขนาดไหน

--------------------------------------------------------------------------------------------------


สมเด็จกรุวัดพระแก้วมีจริงครับผมมีญาติเป็นช่างรับเหมาบอกว่าได้ไปทำที่วัดพระแก้วมาสมัยนั้นใส่ปิ่นโตข้าวออกมาตั้งหลายองค์และผมยังพบสมเด็จเบญจสิริที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซแถวบ้านเขาเล่าที่มาว่าได้มาอย่างไรแต่ผมไม่ค่อยสนใจพระมากนักเลยไม่ได้ใส่ใจฟังเขามีอยู่ 2 หรือ 3 องค์ผมจำไม่ค่อยได้แต่จำได้เขาเอามาให้ผมดูในตอนนั้นผมยังเรียนอยู่พระสวยมากๆ แต่ผมดูพระไม่เป็นและไม่ได้สนใจด้วยแต่ผมจำได้ว่าเขาบอกผมว่าไม่เคยให้ใครดูเลยเพิ่งให้ผมดูเป็นคนแรก...ลืมไปตอนนั้นรถมอเตอร์ไซของผมยางแตกต้องเปลี่ยนใหม่จูงมาตั้งไกลและก็ไม่เคยรู้จักกับเจ้าของนี้เลยมันก็แปลกเหมือนกันจนวันนี้ผมอายุ 39 ปีแล้วและก็ไม่รู้ว่าเขายังเก็บไว้อยู่หรือเปล่าและผมมาชอบเล่นพระตอนอายุ 21 ปีตอนผมบวชเพราะพระที่วัดเขาชอบเล่นพระกันแต่ผมก็ไม่ได้สนใจในพระกรุวัดพระแก้วเลยชอบแต่พระพิมพ์อื่นๆ จนบัจจุบันนี้อยู่ๆก็มีคนที่ชอบพระด้วยกันได้พระกรุวัดพระแก้วมาแลกเปลี่ยนกันกลับไปกลับมาแต่ไม่มีคนชอบแต่เป็นพระแท้ผมไปหาเขาเห็นเข้าแต่ไม่รู้จักคนที่มีก็ไม่รู้จักบอกแค่ว่าเป็นพระกรุได้จากช่างรับเหมาทำโบสถ์ที่พระนครศรีอยุธยาว่าเจออยู่บนช่อฟ้าหรือหลังคานี่แหละจากคนงานของเขา เขาเลยเช่ามาในราคา  1.500 บาทและก็นำมาปล่อยให้คนที่รู้จักกันที่เล่นพระและคนที่เล่นพระก็แลกกับพระของคนที่ผมมาหาไว้ แต่คนที่ผมมาหากลับชอบพระใหม่ที่ผมมีอยู่ชวนผมแลก ผมก็งงพระก็สวยตัวเองไม่ชอบแต่ดันแลกกับเขาไว้ ผมเห็นเป็นพระกรุผมก็เลยแลกไว้เลย และก็เก็บไว้ที่บ้านเฉยๆ อยู่ต่อมาผมไปหาแกอีกแกถามว่าพระยังอยู่ไหม  ผมบอกว่าอยู่แต่ผมไม่แลกด้วยแล้วนะผมเกิดนึกรักขึ้นมาตั้งแต่วันแรกที่อยู่กับผมแล้ว และนึกอยู่ว่ายังไงจะไม่ปล่อยเด็ดขาด  ลุงแกบอกว่าจะแลกกับพระของแกไหมให้ผม 3-4 องค์เลยต่อหนึ่งองค์ผมก็ไม่ยอม แกขอเช่าคืนบอกจะเอาเท่าไรก็บอก  ผมก็บอกมาไม่ปล่อยแล้ว ทุกวันนี้แกยังถามผมและยังบ่นตัวเองอยู่เลยว่าบุญวาสนาไม่มีพระถึงได้ไม่อยู่กับแก  แกบอกว่าพระองค์นี้แกแลกไปแล้ว 2 ครั้งแต่พระก็ยังกับมาหาแกอีกอยู่ได้ 2 วันแกก็มาเจอกับผมและไม่รู้ยังไงถึงอยากแลกพระกับผมแกบ่นว่าเสียดายมากเลย ทุกวันนี้ก็ยังพูดอยู่ ผมคล้องอยู่จนทุกวันนี้ครับ ผมมาเปิดเว็บดูถึงได้รู้ว่าเป็นพระกรุวัดพระแก้วนี่เอง ใครจะว่าผมเชื่อคนง่ายก็ตามใจแต่ในความรู้สึกภายในใจผมรักพระองค์นี้มากและจะเก็บไว้ตลอดไป เพราะท่านคงอยากจะมาอยู่กับผมแน่ๆเลย   

---------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผมมีสมเด็จฉัพพรรณรังสี(เบญจรงค์/สายรุ้ง)ชึ่งได้มาจากศิษย์หลวงปู่โง่น สรโยแห่งวัดเขารวก
 ตะพานหิน จ.พิจิตรอยู่หลายองค์ ทราบประวัติมาว่า ท่านได้รับถวายจาก ศิษย์ผู้ศรัทธาซึ่งอยู่ กทม.
มาถวายจำนวน 200องค์ (พิมพ์ใหญ่ 100/พิมพ์เล็ก 100 องค์)ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมาของคุณย่า กว่า 100 ปี ถวายเมื่อ 6 ก.พ. 2529เพื่อให้หลวงพ่อไว้เป็นของตอบแทนแก่ผู้มีจิตศรัทธา มาทำบุญ
9,900บาท มอบองค์ใหญ่ 1 องค์และหากทำบุญ 1,100 บาทมอบองค์เล็ก 1 องค์ ( พระคุณเจ้าได้สร้างพระพุทธรูปองค์จริงที่ซึ่งไม่มีใครทำได้เหมือนและสร้างแจแฟรีๆเป็น จำนวนพันๆ หมื่น ๆ ไม่มีใคร
เขาทำได้นอกจาก ผู้มีบารมีเช่นพระโพธิสัตว์แล้ว ข้าจึงมีดวงจิตผ่องแผ้วด้วยกุศลเจตนา ถวาย พระสมเด็จแบบ เบญจรงค์  ของคุณย่าแฟงของข้าพเจ้า  ท่านได้รับจากมือสมเด็จโต มาเมื่อ100 กว่าปีมา
แล้ว น้อมถวายพระคุณท่านเผื่อจะได้แจกจ่ายแก่ผู้อุปการะท่าน ในการสร้างพระ(ในที่นี้หมายถึง พระพุทธวิโมกข์ที่ท่านแจกโรงเรียนทั่วประเทศ)แจกต่อไป และขอพระคุณท่านอุทิศให้แก่ คุณย่าแฟง 
ซึ่ง พระสมเด็จนี้เก่าแก่มาก และทำด้วยมือของสมเด็จโตแท้ๆ ด้วย) นี่เป็นคำบรรยายของผู้ถวายแด่หลวงปู่โง่น ผมมีบุญได้ครอบครอง พระสมเด็จชุดนี้เมื่อ ม.ค. 2553นี้เอง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

สมเด็จวังหน้ารุ่นเบญจรงค์ สมเด็จหลังลายมุข สมเด็จประจำวันเกิด สมเด็จไกเซอร์กรุพระธาตพนม หลวงปู่เทพโลกอุดร หลวงปู่ทวดเนื้อว่านเนื้อโลหะ ผมขอยืนยันว่ามีอยู่จริงเพราะผมได้มากับคนที่งานที่ไปบูรณะวัดและได้มาบางส่วนกับคนที่เป็นนายพลนายพันที่เค้าเอาพระออกมาจากวัดพระแก้วพราะผมเชื่อว่ารุ่นนี้แท้ 100% 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

เห็นพูดกันถึงผงตะไบทอง  ดิฉันขออ้างถึงหนังสือที่เคยได้อ่านมาเกี่ยวกับพระกรุนี้นะคะ
   การสร้างพระพิมพ์ครั้งนี้ ได้นำพิมพ์ของวัดระฆังมาส่วนหนึ่ง และทำเพิ่มขึ้นอีกมากมายเพื่อเร่งให้ได้พระ 84,000 องค์ ทันวันงาน พวกช่างวังหน้า วังหลัง วังหลวง อันมีหลวงวิจารณ์เจียรนัย และหลวงนฤมลวิจิตรเป็นหัวหน้า จึงช่วยกันทำแม่พิมพ์พระขึ้นมากมาย ซึ่งผู้เขียนยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามีกี่พิมพ์ เพราะหาได้ไม่ครบ พิมพ์พระเหล่านี้ส่วนมากคล้ายพิมพ์ทรงนิยมของวัดระฆัง เช่น พิมพ์พระประธาน พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์เศียรบาตร พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์อกร่องหูยาน พิมพ์โบราณ เช่น พระรอดลำพูน พระลีลาเม็ดขนุน พระซุ้มกอ พระนางพญา พระผงสุพรรณ พระปิดตา พระสังกัจจายน์
 เป็นต้น
    "ผงวิเศษนั้นได้จากหลวงปู่โต ปูนนั้นใช้ปูนกังไสจากประเทศจีน ซี่งเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี และกรมหมื่นวิไชยชาญเคยไปประเทศจีนแล้วนำมาพร้อมกับสีต่าง ๆ เพื่อสร้างเครื่องกังไสลายคราม โดยพระองค์สร้างเตาสังคโลกขึ้นในวังหน้า ดังนั้น การสร้างพระคราวนี้จึงมีการคิดใหม่ทำใหม่ นอกจากมีพิมพ์ใหม่เกิดขึ้นมากมายแล้ว ได้ทำเป็นพระหลากสี ซึ่งเรียกกันเดี๋ยวนี้ว่า "พระเบญจรงค์บ้าง พระปัญจศิริบ้าง พระสายรุ้งบ้าง ส่วนผสมอื่น ก็คงใช้แบบที่หลวงปู่โตท่านเคยสร้างพระสมเด็จ แต่มีวิธีทำที่ดีกว่าคือแทนที่จะใส่ครกตำ กลับใช้เครื่องรางบดยาสมุนไพรที่เป็นร่องแล้วใช้ลูกกลิ้งจานเหล็ก โยกกลับไปกลับมา จึงได้ผงที่ละเอียดมาก จากนั้นจึงนำมาผสมน้ำ และผสมสีลงไป ช่างแต่ละคนก็ผสมสีของตนเอง ดังนั้นพระแต่ละองค์จึงมีสีที่แตกต่าง ก่อนจะอัดมวลสารต่างๆ ลงไปก็หยิบผงตะไบทองที่เจ้าของร้านทองแถวสำเพ็งนำมาถวาย โปรยลงไปในแม่พิมพ์เล็กน้อย อัดเสร็จก็หยิบผลตะไบทองโรยทับหลัง อีกนิดก็อัดอีกที จึงแกะพระจากพิมพ์วางเรียงไว้ เสร็จแล้วก็นำไปตากแดด ถ้าแดดดีพระแห้งเร็ว ก็จะเกิดรอยแตกลายงาขึ้น มากบ้างน้อยบ้าง ถ้าพระผึ่งไว้ในร่มจนแห้ง การลายงานก็ไม่ปรากฎ องค์พระจะดูสวยงาม พระบางองค์ไม่มีผงตะไบทองก็เพราะผงตะไบมีจำนวนจำกัดไม่ครบจำนวนช่าง
     พระส่วนมากหลังเรียบ แต่บางองค์ก็มีประทับตราหลังคือ ตราครุฑบ้าง ธรรมจักรบ้าง ตราธงชาติ ตราเสมา ดอกบัว พระเกี้ยว จปร. เป็นต้น
     พระอีกส่วนหนึ่งไม่ได้ผสมหลายสี ทำแบบพระวัดระฆัง แต่มีสีขาว สีเหลือง สีเขียว สีดำ สีแดง สีฟ้าอ่อน เป็นชุดๆ ไป"

------------------------------------------------------------------------------------











7 ความคิดเห็น:

  1. ขอบพระคุณที่ช่วยกันเผยแพร่ความรู้แก่ชนรุ่นหลังว่า พระพิมพสูงส่งชุดนี้มีจริง ผู้ใดศรัทธาและมีคำสัตย์จะได้รับมาบูชาโดยไม่ยากและไม่ต้องเสียเงินมากด้วย ผมได้รับรู้มากับตนเองแล้วครับ

    ตอบนำออก
  2. ผมมีอยู่2องค์ ไม่ทราบว่าดีไหมครับ

    ตอบนำออก
  3. พระชุดนี้สวยและมีพลังพุทธคุณสูงมาก แต่ผู้คนกลับมองข้ามโดยแสดงความคิดเห็นว่า เป็นของไร้ฅ่า น่าสงสารจริงๆ

    ตอบนำออก
  4. ตั้งแต่ใด้พระชุดนี้มาบูชา อารถนาคล้องคอ ก็มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาตลอด แล้วจะต้องไปแสวงหาของดีที่ไหนอีก

    ตอบนำออก
  5. คนมีบุญและสร้างแต่ความดี ย่อมได้ในสิ่งที่ดีมาครอบครองและคุ้มครอง แต่คนที่ชอบสร้างแต่สิ่งไม่ดี ย่อมได้ในสิ่งที่ไม่ดี และสิ่งที่ดีๆ ก็ไม่อยากมาอยู่ด้วย ทำให้เขาเหล่านั้นคิดว่าเป็นของปลอม หรือของไม่ดี และที่ชั่วร้าย กลับทำพระปลอมเข้ามาขายปะปน เพื่อทำลายพระดีๆ ที่ออกมาจากกรุวัดพระแก้วและพระธาตุพนมจำลอง ที่อยู่ใกล้อุโบสถวัดพระแก้ว ไม่ใช่พระธาตุพนมที่จังหวัดนครพนม ดังที่คนส่วนหนึ่งเข้าใจ

    ตอบนำออก
  6. พระชุดนี้เป็นพระแท้ และผมมีผู้ใกล้ชิดในวังและหลักฐานตอบอย่างกระจ่างมีจริง เป็นระดับหม่อมเจ้าหญิง ครับ.

    ตอบนำออก